• alt text

แผนยุทธศาสตร์

ประเด็นยุทธศาสตร์

1) ยุทธศาสตร์พัฒนาและส่งเสริมบุคลากรด้านการประกันคุณภาพการศึกษา

2) ยุทธศาสตร์การเพิ่มทบบาทองค์กรและการปรับปรุงกระบวนการทำงาน

3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ

 

สรุปการวิเคราะห์ SWOT Analysis 


แผนยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาช่วงปีการศึกษา 2550 - 2553 สู่การบริหารจัดการศึกษาให้เกิดคุณภาพ เป็นไปตามระบบและมาตรฐานการศึกษา ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการวางรากฐานของการประกันคุณภาพการศึกษาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากร และระบบให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ดังนี้

 

1. ยุทธศาสตร์พัฒนาและส่งเสริมบุคลากรด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 
เป้าประสงค์ : บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกระดับได้รับการพัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 
ตัวชี้วัด : บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกระดับได้รับการพัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของบุคลากรทั้งหมด 
กลยุทธ์ : 
1.1. ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน 
• จัดอบรมพัฒนาความรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน 2 ระดับ ได้แก่ สำหรับผู้บริหารระดับสูง (How to implement IQA and EQA) และระดับบุคลากรทั่วไปหรือผู้ปฏิบัติงาน 
1.2. ส่งเสริมบุคลากรเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษา
• จัดอบรมบุคลากรพัฒนาเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานของ สกอ.
1.3. ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้การประกันคุณภาพการศึกษา
• จัดทำ E-Learning ความรู้ด้านการประกันคุณภาพ
1.4. ผลักดันให้การเรียนและความเข้าใจในการประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรใหม่
• มีส่วนร่วมในการจัดทำเนื้อหาของคู่มือพนักงานและการเข้าไปให้ความรู้พนักงานใหม่ในกิจกรรมปฐมนิเทศของพนักงาน
1.5. สร้างการประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวของการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยในเชิงรุก
• จัดหาช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ร่วมกับการประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยในทุกรูปแบบที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิเช่น SWU Weekly
1.6. ส่งเสริมการพัฒนาระบบคุณภาพของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
• ให้บริการปรึกษาแนะนำการจัดการด้านคุณภาพ

 

2. ยุทธศาสตร์การเพิ่มบทบาทองค์กรและการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
เป้าประสงค์ : กิจกรรมต่างๆ ได้รับการขับเคลื่อนลงสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด : ร้อยละ 80 ของความสำเร็จในการจัดทำกิจกรรม
กลยุทธ์ :
2.1. ปรับโครงสร้างของคณะกรรมการดำเนินงานการประกันคุณภาพ ให้เหมาะสมเพื่อการขับเคลื่อนและประสานความร่วมมือ
• จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพประจำมหาวิทยาลัย โดยมี อธิการบดี เป็นประธาน ประกอบด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการเทียบเท่าระดับคณะเป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่หลักดังนี้
• กำกับนโยบายและให้ความเห็นชอบแผนดำเนินงานของคณะกรรมการดำเนินการ
• กำกับมาตรฐานของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย
• พิจารณาเป้าหมายและผลการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อเสนอการรับรอง
• กำกับและติดตามผลการประเมินคุณภาพภายใน
• จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีประธานยุทธศาสตร์ประกันคุณภาพการศึกษาเป็นประธาน และมีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย รองคณบดีที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพฯ รองผู้อำนวยการที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพฯ ผู้อำนวยการระดับกองหรือเทียบเท่า เป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่ดังนี้
• วางระบบกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย
• กำหนด/พัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษา
• จัดทำแผนและควบคุมติดตามกิจกรรมต่างๆ ของการประกันคุณภาพฯ
• จัดทำรายงานการประเมินตนเองระดับมหาวิทยาลัย
• ประสานงานกับคณะกรรมการกลุ่มสาขาวิชา
• เตรียมความพร้อมในการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจากภายนอก
• จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการตรวจสอบและการประเมินคุณภาพภายใน โดยมีผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพฯ เป็นประธาน ประกอบด้วย ผู้ประเมินภายในของมหาวิทยาลัยที่ขึ้นทะเบียนและมีประสบการณ์โดยได้รับการแนะนำจากคณะ/สถาบันต่างๆ เป็นกรรมการ โดยทำหน้าที่ดังนี้
• พัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
• วางแผนการตรวจสอบและประเมินภายในมหาวิทยาลัย

• จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในมหาวิทยาลัยและภาพรวมของมหาวิทยาลัยเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพการศึกษาประจำมหาวิทยาลัย
2.2. ปรับโครงสร้างองค์กรของฝ่ายประกันคุณภาพฯ ให้เหมาะสม ยืดหยุ่นกับภารกิจที่หลากหลายในปัจจุบัน
• จัดโครงสร้างใหม่ของฝ่ายประกันโดยเน้นความยืดหยุ่นการทำงานได้ทุกภารกิจ
• กำหนดบุคลากรและมอบหมายภารกิจตามความเหมาะสมและพร้อมที่จะเรียนรู้ผลัดเปลี่ยนทุกงาน
• จัดหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้าร่วมงานเพิ่มตามกรอบอัตรากำลัง
2.3. ส่งเสริมให้คณะ/สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ ให้มีตำแหน่งงานที่รับผิดชอบที่ชัดเจน
1. จัด/ปรับโครงสร้างของแต่ละหน่วยงานให้มีตำแหน่งที่รับผิดชอบภารกิจของงานประกันคุณภาพฯ พร้อมกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร
2. กำหนด Career Path ของงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าของบุคลากรที่รับผิดชอบ

 

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ
เป้าประสงค์ : มีระบบที่สนับสนุนเพื่อตอบสนองกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด : หน่วยงานมีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
กลยุทธ์ :
3.1. ปรับปรุงคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่เป็นปัจจุบัน
• จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพที่เป็นปัจจุบันของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่คณะและหน่วยงาน ดำเนินการเพิ่มเติมในส่วนของตนเอง โดยจะเป็นการรวมตัวบ่งชี้ ของ สกอ.และสมศ. เข้ารวมกลุ่มในแต่ละมาตรฐาน และยังสามารถใช้อ้างอิงกับการประเมินของ ก.พ.ร. คู่มือจะต้องมีการแบ่งระดับของการใช้ตัวบ่งชี้เพื่อการประเมินที่สำคัญ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมหาวิทยาลัย ระดับคณะ ระดับสำนัก/สถาบัน (ที่ไม่มีการเรียนการสอน) และระดับกอง สำนัก/ศูนย์ (สนับสนุน)
3.2. ปรับปรุงการสื่อสารข้อมูลที่ต้องการเพื่อการจัดทำรายงาน
• กำหนดรูปแบบของข้อมูลที่ต้องการในการทำ Common Data Set จากหน่วยงานต่างๆ และทำความเข้าใจในวิธีการจัดเก็บ รายละเอียด ระยะเวลาการจัดเก็บที่ชัดเจน เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้ในการทำงาน
• จัดทำต้นแบบรายงานประจำปีในรูปแบบของรายงานการประเมินตนเอง
• จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอน (มศว.ปค.003) ใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนการสอนของแต่ละกลุ่มสาขาวิชา
• ผลักดันให้มหาวิทยาลัยมีการวิจัยสถาบันในเรื่องของความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
3.3. ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการประกันคุณภาพการศึกษาและบริหาร
• จัดหาบุคลากรด้าน IT ในฝ่ายประกันคุณภาพฯ เพื่อดูแลและตรวจสอบข้อมูลตลอดจนรายงานสถานะของข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจตลอดเวลา
• กำหนดให้ทุกคณะ/สำนัก สถาบันและหน่วยงานต่างๆ มีผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับระบบข้อมูล IT ด้านการประกันคุณภาพฯ ที่ชัดเจน และมีหน้าที่เป็นผู้ประสานข้อมูลเพื่อการ Update ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
• ฝึกอบรมบุคลากรให้เข้าใจโปรแกรมในระบบ IT ของการประกันคุณภาพการศึกษาและการบริหาร โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มผู้ใช้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหาร ระดับผู้ดูแลระบบในหน่วยงาน และระดับบุคลากรทั่วไป
3.4. ปรับปรุงระบบฐานข้อมูล ติดตามและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ
• จัดประชุมและจัดทำเครือข่ายข้อมูลและรายงานผลทุกเดือน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
3.5. อำนวยความสะดวกแก่คณะ สำนัก สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ
• จัดทำข้อตกลงในเรื่องของแผนปฏิบัติการของกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาให้ชัดเจนโดยผ่านคณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา
• ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในโดยการประสานงานทั้งภายนอกและภายใน เพื่อวางแผนเตรียมการตรวจสอบและประเมินฯประจำปีการศึกษานั้นๆ

 

สรุปจุดแข็ง
• มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
• มหาวิทยาลัยมียุทธศาสตร์ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด
• บุคลากรส่วนใหญ่ได้เริ่มเล็งเห็นความสำคัญและเริ่มทำความเข้าใจในระบบและรายละเอียดที่เกี่ยวการประกันคุณภาพการศึกษา โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ต้องดำเนินงาน

 

สรุปจุดอ่อน
• การขับเคลื่อนในเชิงระบบของโครงสร้างกรรมการดำเนินงานฯ เดิมยังค่อนข้างช้าและขาดความชัดเจนในการลงมติ
• ในการดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านการประกันคุณภาพฯ ยังขาดแผนการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง
• ระบบฐานข้อมูลที่ผ่านมาเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพฯ ยังไม่ได้รับการพัฒนาในด้านโครงสร้างความรับผิดชอบและการผลักดันการใช้งานของระบบอย่างชัดเจน
• โครงสร้างการบริหารจัดการของฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา ส่วนกลาง ยังมีปัญหาด้านบุคลากร ทั้งด้านจำนวนและการพัฒนาเชิงประสิทธิภาพ ขาดการบริหารงานอย่างอิสระเพราะจะต้องพัฒนาเพื่อการสนับสนุนทุกหน่วยงานภายในองค์กรของมหาวิทยาลัย
• โครงสร้างการบริหารจัดการในระดับ คณะ/สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ ยังขาดความชัดเจนของการกำหนดบุคคลหรือกลไกที่รับผิดชอบหลัก
• บุคลากรผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษา ในคณะ/สถาบัน และหน่วยต่างๆ ยังไม่เห็นถึงความสำคัญของงาน อีกทั้งความเข้าใจของตำแหน่งงานที่รับผิดชอบว่าไม่มีความก้าวหน้า ซึ่งถ้าดูจากโครงสร้างการบริหารแล้วจะพบว่ายังไม่มีเส้นทางความก้าวหน้า(Career path) ที่ชัดเจน
• ผู้บริหารบางหน่วยงานยังไม่ให้ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา ในการนำมาเป็นกลยุทธ์ส่วนหนึ่งของการบริหารงาน แต่จะคำนึงถึงการประกันคุณภาพเป็นเพียงรายงานที่จะต้องทำตามภาระงาน

 

สรุปโอกาส
• มหาวิทยาลัยได้พัฒนาจัดสรรงบประมาณ ที่ใช้ในการพัฒนาระบบมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง
• บุคลากรเริ่มให้ความสนใจในเรื่องการประกันคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของบุคลากรใหม่ที่มีอัตราเพิ่มขึ้น

• ปัจจุบันการประกันคุณภาพการศึกษาได้กลายเป็นประเพณีหรือบรรทัดฐานของการทำงานทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ

 

สรุปอุปสรรค
• การพัฒนามาตรฐานและตัวชี้วัดของหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องและต้องอ้างอิงมาตรฐาน เช่น สกอ. สมศ. และกพร. ยังขาดความแน่นนอนซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
• การเพิ่มขึ้นและการลดลงของบุคลากรในมหาวิทยาลัยในช่วง 1-2 ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก
• มีการปรับเปลี่ยน และเพิ่มหน่วยงานหรือสถาบันใหม่ ที่จัดตั้งขึ้นแล้วและกำลังจัดตั้งขึ้นซึ่งจะเป็นการบริหารในช่วงเริ่มต้นที่ต้องรีบเร่งดำเนินการในด้านกำลังคนมากกว่าการเตรียมการระบบการทำงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานของการประกันคุณภาพฯ  

 

ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และตัวชี้วัดความสำเร็จ 
แผนยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาช่วงปีการศึกษา 2550 - 2553 สู่การบริหารจัดการศึกษาให้เกิดคุณภาพ เป็นไปตามระบบและมาตรฐานการศึกษา ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการวางรากฐานของการประกันคุณภาพการศึกษาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากร และระบบให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ดังนี้

 

1. ยุทธศาสตร์พัฒนาและส่งเสริมบุคลากรด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 
เป้าประสงค์ : บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกระดับได้รับการพัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 
ตัวชี้วัด : บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกระดับได้รับการพัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของบุคลากรทั้งหมด 
กลยุทธ์ : 
1.1. ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน 
• จัดอบรมพัฒนาความรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน 2 ระดับ ได้แก่ สำหรับผู้บริหารระดับสูง (How to implement IQA and EQA) และระดับบุคลากรทั่วไปหรือผู้ปฏิบัติงาน 
1.2. ส่งเสริมบุคลากรเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษา
• จัดอบรมบุคลากรพัฒนาเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานของ สกอ.
1.3. ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้การประกันคุณภาพการศึกษา
• จัดทำ E-Learning ความรู้ด้านการประกันคุณภาพ
1.4. ผลักดันให้การเรียนและความเข้าใจในการประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรใหม่
• มีส่วนร่วมในการจัดทำเนื้อหาของคู่มือพนักงานและการเข้าไปให้ความรู้พนักงานใหม่ในกิจกรรมปฐมนิเทศของพนักงาน
1.5. สร้างการประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวของการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยในเชิงรุก
• จัดหาช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ร่วมกับการประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยในทุกรูปแบบที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิเช่น SWU Weekly
1.6. ส่งเสริมการพัฒนาระบบคุณภาพของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
• ให้บริการปรึกษาแนะนำการจัดการด้านคุณภาพ

 

2. ยุทธศาสตร์การเพิ่มบทบาทองค์กรและการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
เป้าประสงค์ : กิจกรรมต่างๆ ได้รับการขับเคลื่อนลงสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด : ร้อยละ 80 ของความสำเร็จในการจัดทำกิจกรรม
กลยุทธ์ :
2.1. ปรับโครงสร้างของคณะกรรมการดำเนินงานการประกันคุณภาพ ให้เหมาะสมเพื่อการขับเคลื่อนและประสานความร่วมมือ
• จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพประจำมหาวิทยาลัย โดยมี อธิการบดี เป็นประธาน ประกอบด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการเทียบเท่าระดับคณะเป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่หลักดังนี้
• กำกับนโยบายและให้ความเห็นชอบแผนดำเนินงานของคณะกรรมการดำเนินการ
• กำกับมาตรฐานของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย
• พิจารณาเป้าหมายและผลการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อเสนอการรับรอง
• กำกับและติดตามผลการประเมินคุณภาพภายใน
• จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีประธานยุทธศาสตร์ประกันคุณภาพการศึกษาเป็นประธาน และมีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย รองคณบดีที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพฯ รองผู้อำนวยการที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพฯ ผู้อำนวยการระดับกองหรือเทียบเท่า เป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่ดังนี้
• วางระบบกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย
• กำหนด/พัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษา
• จัดทำแผนและควบคุมติดตามกิจกรรมต่างๆ ของการประกันคุณภาพฯ
• จัดทำรายงานการประเมินตนเองระดับมหาวิทยาลัย
• ประสานงานกับคณะกรรมการกลุ่มสาขาวิชา
• เตรียมความพร้อมในการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจากภายนอก
• จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการตรวจสอบและการประเมินคุณภาพภายใน โดยมีผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพฯ เป็นประธาน ประกอบด้วย ผู้ประเมินภายในของมหาวิทยาลัยที่ขึ้นทะเบียนและมีประสบการณ์โดยได้รับการแนะนำจากคณะ/สถาบันต่างๆ เป็นกรรมการ โดยทำหน้าที่ดังนี้
• พัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
• วางแผนการตรวจสอบและประเมินภายในมหาวิทยาลัย
• จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในมหาวิทยาลัยและภาพรวมของมหาวิทยาลัยเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพการศึกษาประจำมหาวิทยาลัย
2.2. ปรับโครงสร้างองค์กรของฝ่ายประกันคุณภาพฯ ให้เหมาะสม ยืดหยุ่นกับภารกิจที่หลากหลายในปัจจุบัน
• จัดโครงสร้างใหม่ของฝ่ายประกันโดยเน้นความยืดหยุ่นการทำงานได้ทุกภารกิจ
• กำหนดบุคลากรและมอบหมายภารกิจตามความเหมาะสมและพร้อมที่จะเรียนรู้ผลัดเปลี่ยนทุกงาน
• จัดหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้าร่วมงานเพิ่มตามกรอบอัตรากำลัง
2.3. ส่งเสริมให้คณะ/สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ ให้มีตำแหน่งงานที่รับผิดชอบที่ชัดเจน
1. จัด/ปรับโครงสร้างของแต่ละหน่วยงานให้มีตำแหน่งที่รับผิดชอบภารกิจของงานประกันคุณภาพฯ พร้อมกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร
2. กำหนด Career Path ของงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าของบุคลากรที่รับผิดชอบ

 

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ
เป้าประสงค์
 : มีระบบที่สนับสนุนเพื่อตอบสนองกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด : หน่วยงานมีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
กลยุทธ์ :
3.1. ปรับปรุงคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่เป็นปัจจุบัน
• จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพที่เป็นปัจจุบันของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่คณะและหน่วยงาน ดำเนินการเพิ่มเติมในส่วนของตนเอง โดยจะเป็นการรวมตัวบ่งชี้ ของ สกอ.และสมศ. เข้ารวมกลุ่มในแต่ละมาตรฐาน และยังสามารถใช้อ้างอิงกับการประเมินของ ก.พ.ร. คู่มือจะต้องมีการแบ่งระดับของการใช้ตัวบ่งชี้เพื่อการประเมินที่สำคัญ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมหาวิทยาลัย ระดับคณะ ระดับสำนัก/สถาบัน (ที่ไม่มีการเรียนการสอน) และระดับกอง สำนัก/ศูนย์ (สนับสนุน)
3.2. ปรับปรุงการสื่อสารข้อมูลที่ต้องการเพื่อการจัดทำรายงาน
• กำหนดรูปแบบของข้อมูลที่ต้องการในการทำ Common Data Set จากหน่วยงานต่างๆ และทำความเข้าใจในวิธีการจัดเก็บ รายละเอียด ระยะเวลาการจัดเก็บที่ชัดเจน เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้ในการทำงาน
• จัดทำต้นแบบรายงานประจำปีในรูปแบบของรายงานการประเมินตนเอง
• จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอน (มศว.ปค.003) ใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนการสอนของแต่ละกลุ่มสาขาวิชา
• ผลักดันให้มหาวิทยาลัยมีการวิจัยสถาบันในเรื่องของความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
3.3. ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการประกันคุณภาพการศึกษาและบริหาร
• จัดหาบุคลากรด้าน IT ในฝ่ายประกันคุณภาพฯ เพื่อดูแลและตรวจสอบข้อมูลตลอดจนรายงานสถานะของข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจตลอดเวลา
• กำหนดให้ทุกคณะ/สำนัก สถาบันและหน่วยงานต่างๆ มีผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับระบบข้อมูล IT ด้านการประกันคุณภาพฯ ที่ชัดเจน และมีหน้าที่เป็นผู้ประสานข้อมูลเพื่อการ Update ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
• ฝึกอบรมบุคลากรให้เข้าใจโปรแกรมในระบบ IT ของการประกันคุณภาพการศึกษาและการบริหาร โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มผู้ใช้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหาร ระดับผู้ดูแลระบบในหน่วยงาน และระดับบุคลากรทั่วไป
3.4. ปรับปรุงระบบฐานข้อมูล ติดตามและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ
• จัดประชุมและจัดทำเครือข่ายข้อมูลและรายงานผลทุกเดือน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
3.5. อำนวยความสะดวกแก่คณะ สำนัก สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ
• จัดทำข้อตกลงในเรื่องของแผนปฏิบัติการของกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาให้ชัดเจนโดยผ่านคณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา
• ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในโดยการประสานงานทั้งภายนอกและภายใน เพื่อวางแผนเตรียมการตรวจสอบและประเมินฯประจำปีการศึกษานั้นๆ